About the championship

กติกาการแข่งขัน

รูปแบบการแข่งขันและกติกาที่ปรากฏในสูจิบัตร

กติกาการแข่งขันหมากล้อมลุยไถสามประสาน ประจำปี 2569

หลักการและเป้าหมายของกติกา
1. เพื่อให้แต่ละทีมได้แข่งขันกันอย่างยุติธรรม ให้มีทรัพยากรที่ใกล้เคียงกัน และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
2. ขับเน้นศักยภาพของผู้เล่นแต่ละทีมจากการฝึกฝน และสามารถใช้ศักยภาพนั้นในการแข่งขันได้อย่างเต็มที่
3. สนับสนุนให้ผู้เล่นแต่ละคนได้แข่งขันกับผู้ที่มีระดับฝีมือใกล้เคียงกับตน ให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรผู้เล่นหมากล้อมในแต่ละบริษัท
4. ในรายละเอียดของกติกานี้ จะใช้กฎกติกาการแข่งขันหมากล้อมของสมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทยเพื่อทดแทนส่วนที่ไม่ได้ระบุไว้ในนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับระบบการแข่งขันแบบสากล

ระบบการแข่งขัน (เหมือนกับปี 2568)
ในปีนี้ จะมี 2 ระบบการแข่งขัน โดยจะทำการแข่งขันแยกกัน โดยมีรายละเอียดคร่าว ๆ ดังนี้ (รายละเอียดของแต่ละระบบจะแสดงในส่วนต่อไป)
1. ระบบ SWISS SYSTEM จะใช้เวลาทำการแข่งขัน 2 วันในวันเสาร์และอาทิตย์ ทั้งนี้อาจจะอยู่ร่วมกับในวันพิธีเปิดการแข่งขันด้วย ผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันจะเป็นใครก็ได้ จำนวนเท่าใดก็ได้
2. ระบบ ลุยไถ เป็นการแข่งขันในระบบดั้งเดิมที่แข่งกันมา เมื่อจบ SWISS SYSTEM แล้ว จะทำการแข่งขันในระบบลุยไถต่อในทุกวันเสาร์อาทิตย์เช่นเคย แต่ละทีมจะเตรียมผู้แข่งขันไว้ 7 คน ซึ่งจะซ้ำกับในระบบ SWISS SYSTEM ก็ได้

คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน 2 ระบบนี้
1. ทั้งสองระบบ จะมีคะแนนเป็นของตัวเอง เมื่อจบการแข่งขันจะนำคะแนนนี้มาบวกกันเพื่อตัดสินทีมที่ชนะเลิศ ผู้เล่นจากบริษัทจะแข่งในอีกระบบหนึ่งได้
2. รางวัลของแต่ละระบบแยกออกจากกัน โดยทั้งสองระบบไม่ได้เกี่ยวข้องกันในเรื่องของรางวัล และมีรางวัลรวมของการแข่งขันจากคะแนนทั้งสองระบบรวมกัน

ระบบ SWISS SYSTEM (มีเปลี่ยนแปลงจาก 2568)
1. จะแข่งขันกันทั้งหมด 3 รุ่น คือ รุ่นมือใหม่ รุ่นคิว รุ่นไฮคิวและดั้ง
a. รุ่นมือใหม่ คือผู้ที่เข้าแข่งขันในรายการลุยไถปีที่แล้วเป็นครั้งแรกหรือปีนี้เป็นครั้งแรก และต้องไม่มีระดับฝีมือใด ๆ มาก่อนเข้าร่วมการแข่งขัน ถ้าแข่งขันในระบบลุยไถด้วยในปีนี้สามารถแข่งในรุ่นนี้ได้ และถ้าเคยได้รางวัลที่ 1-3 ของรุ่นนี้ในปีใดๆก่อนหน้านี้จะแข่งรุ่นนี้ไม่ได้แล้ว
b. รุ่นคิว คือผู้ที่ไม่สามารถแข่งขันในรุ่นมือใหม่ได้และไม่ได้แข่งขันในระบบลุยไถในปีนี้
c. รุ่นไฮคิวและดั้ง คือผู้ที่แข่งขันในระบบลุยไถทุกคน และระดับฝีมือสูงสุดจะต้องไม่เกินผู้เล่นที่เริ่มเล่นมาตั้งแต่ลุยไถครั้งแรก นั่นคือ 2 ดั้ง ณ ปัจจุบัน (ข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2569)
2. จำนวนผู้ที่ร่วมแข่งขันได้ในทีม จะมีพนักงานในบริษัท ลูกหลานและพนักงานที่เกษียณแล้ว โดย จำนวนลูกหลานและพนักงานที่เกษียณแล้วจะต้องไม่เกิน 50% ของจำนวนในทีม
3. แข่งขันทั้งหมด 6 รอบ ในวันเสาร์และอาทิตย์ ในรุ่นที่คนน้อยอาจจะเหลือ 5 รอบและบางรุ่นอาจจบในวันเสาร์วันเดียว
4. รุ่นมือใหม่ ทำการแข่งขันกระดาน 9*9 (อาจทำให้จำนวนรอบในการแข่งขันรุ่นนี้มากกว่า 6 รอบ) ส่วนรุ่นอื่นทำการแข่งขันกระดาน 19*19
5. ทุกคนควรจะแข่งขันให้ครบทุกรอบเนื่องจากมีผลกับคะแนนของทีมและเงินรางวัลของตัวเอง
6. ในกรณีที่จำนวนคนในรุ่นนั้น ๆ น้อยเกินกว่าจะใช้ SWISS SYSTEM ได้ จะเปลี่ยนเป็นการแข่งขันแบบพบกันหมด
7. ถ้วยรางวัลหรือเหรียญรางวัล - จะมีรางวัลให้ในแต่ละรุ่น และมีรางวัล MPV ประจำทีม โดยแต่ละทีมจะต้องโหวตกันเองว่าใครควรจะได้รับ
8. เงินรางวัล รวมสำหรับการแข่งขัน SWISS SYSTEM คือ 300,000 บาท
วิธีการคำนวณเงินรางวัลแต่ละรุ่น (เปลี่ยนแปลงจากปี 2568)
เงินรางวัลที่ 1 15,000 บาท
เงินรางวัลที่ 2 12,000 บาท
เงินรางวัลที่ 3 10,000 บาท
เงินรางวัลอันดับสุดท้ายของทุกรุ่นคือ 2,000 บาท
- ส่วนที่เหลือจากยอดที่ระบุเอาไว้แล้วคือ 189,000 บาทจะนำมาเฉลี่ยหารไล่ระดับให้กับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ตั้งแต่อันดับที่ 4 จนถึงรองอันดับสุดท้าย
- รุ่นใดผู้เข้าร่วมการแข่งขันมาก รุ่นนั้นจะมีเงินรางวัลรวมมากกว่ารุ่นอื่น ๆ
- เงินรางวัลที่คำนวณได้จะปัดเศษที่หลักร้อย
- วิธีการคำนวณอยู่ในไฟล์ Excel ชื่อไฟล์ว่า "คำนวณเงินรางวัล" โดยวิธีการใช้คือกรอกจำนวนคนในแต่ละรุ่น จะได้จำนวนเงินที่แต่ละคนจะได้รับในแต่ละลำดับ

9. นอกจากจะมีเงินรางวัลและถ้วยรางวัล(เหรียญรางวัล) แล้ว ยังมีผลแพ้ชนะระหว่างทีมกันใน SWISS SYSTEM ด้วย ซึ่งจะมีถ้วยรางวัลสำหรับทีมที่ชนะในระบบ SWISS SYSTEM วิธีการคำนวณแต้มสำหรับวัดผลของทีมจะอธิบายในส่วนต่อไป (เหมือนกับปีที่แล้ว)

วิธีการคำนวนแต้มเพื่อให้ผลแพ้ชนะระหว่างทีมในระบบ SWISS SYSTEM
วิธีการคำนวณคะแนนจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
1. ส่วนที่ให้ความสำคัญในแต่ละรุ่น โดย
รุ่นไฮคิว/ดั้ง จะมีความสำคัญเท่ากับ 1.4
รุ่นคิวจะมีความสำคัญเท่ากับ 1.2
รุ่นมือใหม่จะมีความสำคัญเท่ากับ 1.0
ความสำคัญนี้จะใช้คำนวณแต้มในภายหลัง
2. ส่วนที่ให้ความสำคัญของผลอันดับในแต่ละรุ่น
ในแต่ละรุ่น จะมีผลอันดับรวมคะแนนแยกในแต่ละรุ่น รวมกันเป็นทั้งหมด 10,000 แต้ม
วิธีการคำนวณต่อไปนี้จะเป็นการคำนวณแต้มให้กับผู้ที่ได้อันดับในการแข่งขันในรุ่นนั้น ๆ โดยจะเรียงจากอันดับหนึ่งไปอันดับสุดท้าย อันดับหนึ่งจะได้มากสุดไปจนอันดับสุดท้ายจะได้น้อยที่สุด
ขั้นตอนการคำนวณจะเป็นดังนี้ (ตัวอย่างคำนวณแสดงไว้ด้านล่าง)
1. นำแต้ม 10,000 มาหารด้วยจำนวนคนในรุ่นนั้น ๆ เพื่อจะได้ค่าเฉลี่ยของรุ่นนั้น
2. ค่าเฉลี่ยที่ได้จะเพิ่มขึ้นไป 30% จะเป็นแต้มของคนที่ได้ที่หนึ่งในรุ่นนั้น
3. ค่าเฉลี่ยที่ได้จะลดลงไป 30% จะเป็นแต้มของคนที่ได้อันดับสุดท้ายในรุ่นนั้น
4. เพื่อจะได้รู้ว่าช่องว่างของแต้มแต่ละอันดับเป็นเท่าไร จะเอาแต้มคนที่ได้ที่หนึ่งลบกับแต้มคนสุดท้ายแล้วหารด้วยจำนวนคนลบหนึ่ง
5. เมื่อรู้ช่องว่าง แต่ละอันดับแต้มจะแตกต่างกันเท่าไร ก็เอาอันดับหนึ่งลบด้วยช่องว่างของแต้มนี้ จะได้อันดับที่สอง และลบลงมาได้เรื่อย ๆ จนจะได้อันดับสุดท้ายพอดี
6. เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในกรณีที่จำนวนคนไม่เท่ากันในแต่ละรุ่น (ไม่ได้มีตัวอย่างในด้านล่าง)
6.1 ในกรณีที่ในรุ่นนั้น มีผู้เข้าแข่งขันของทีมใดเพียงคนเดียว จะนับแต้มสูงที่สุดของตัวแทนแต่ละทีมเพียงคนเดียว (ที่ต้องมีการคำนวณนี้ เพราะถ้าทีมใดส่งแข่งคนเดียวและได้ที่หนึ่ง อีกทีมหนึ่งจะเสียเปรียบถ้าจะต้องเอาคะแนนของเพื่อนร่วมทีมมาคำนวณด้วยในวิธี 6.2)
6.2 ในกรณีที่ในรุ่นนั้น ทุกทีมส่งผู้แข่งขันมากกว่า 1 คน ให้นำแต้มทุกคนในทีมเดียวกันมารวมกันแล้วหารด้วยจำนวนคนในทีมของตัวเอง
6.3 ไม่ว่าจะได้คะแนนตามข้อ 6.1 หรือ 6.2 จะได้แต้มของทุกทีมที่ผลรวมยังไม่ได้ 10,000
7. (ทำบัญญัติไตรยางค์กลับให้ฐานเป็น 10,000) ให้นำแต้มในข้อ 6 หารด้วยผลรวมของแต้มในข้อ 6 ของทุกทีม และผลหารนี้คูณด้วย 10,000
8. แต้มตามข้อ 7 นี้จะเป็นแต้มของทีมในรุ่นนั้น ๆ (จบขั้นตอนการคำนวณแต้มในแต่ละรุ่น)

เมื่อเราได้ผลการคำนวณแต้มในรุ่นนั้น ๆ ในแต่ละทีมแล้ว เอามาคูณกับค่าความสำคัญของแต่ละรุ่นที่กล่าวไว้ข้างต้น แล้วบวกกันทั้งหมดของทุกรุ่น ทีมใดเยอะกว่าถือว่าทีมนั้นชนะในระบบ SWISS SYSTEM

ตัวอย่างส่วนที่คำนวณแต้มผลอันดับในแต่ละรุ่น
ตัวอย่างที่หนึ่ง ในรุ่นนั้น มีคนเข้าแข่งขัน 6 คน
10,000 หาร 6 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1666
ค่าคะแนนคนที่สูงที่สุด 1666 คูณ 1.3 เท่ากับ 2166
ค่าคะแนนคนที่น้อยที่สุด 1666 คูณ 0.7 เท่ากับ 1166
ค่าช่องว่างระหว่างตำแหน่ง (2166-1166)/(6-1) เท่ากับ 200
อันดับหนึ่งได้ 2166 อันดับสองได้ 1966 อันดับสามได้ 1766 อันดับสี่ได้ 1566 อันดับห้าได้ 1366 และอันดับสุดท้ายได้ 1166

ตัวอย่างที่สอง มีคนเข้าแข่งขัน 10 คน
10,000 หาร 10 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1,000
สูงที่สุด 1000x1.3=1300 น้อยที่สุด 1000x0.7=700
ค่าช่องว่าง (1300-700)/(10-1)=66.66
อันดับหนึ่ง 1300 สอง 1233.34 สาม 1166.68 สี่ 1102.02 ห้า 1033.36 หก 966.7 เจ็ด 900.04 แปด 833.38 เก้า 766.72 สิบ 700

ตัวอย่างที่สาม มีคนเข้าแข่งขัน 14 คน
10,000 หาร 14 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 714.29
สูงที่สุด 714.29x1.3=928.57 น้อยที่สุด 714.29x0.7=500
ค่าช่องว่าง (928.57-500)/(14-1)=32.96
อันดับหนึ่ง 928.57 สอง 895.61 สาม 862.65 สี่ 829.69 ห้า 796.73 หก 763.77 เจ็ด 730.81 แปด 697.85 เก้า 664.89 สิบ 631.93 สิบเอ็ด 598.97 สิบสอง 566.01 สิบสาม 533.05 สิบสี่ 500

จากตัวอย่างทั้ง 3 ข้อนี้ กระบวนการถัดไป ทุกข้อจะต้องไปคำนวณตามข้อ 7 ที่อยู่ทางด้านบนต่อไป

ระบบ ลุยไถ
1. ในแต่ละทีมส่งผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 7 คน โดยจะเรียงลำดับจากเก่งน้อยสุดไปเก่งมากที่สุด โดยจะเป็นผู้แข่งขันใน SWISS SYSTEM ด้วยก็ได้ และระดับฝีมือสูงสุดจะต้องไม่เกินผู้เล่นที่เริ่มเล่นมาตั้งแต่ลุยไถครั้งแรก นั่นคือ 2 ดั้ง ณ ปัจจุบัน (ข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2569)
2. จำนวนผู้ที่ร่วมแข่งขันได้ในทีม จะมีพนักงานในบริษัท ลูกหลานและพนักงานที่เกษียณแล้ว โดย จำนวนลูกหลานและพนักงานที่เกษียณแล้วจะต้องไม่เกิน 50% ของจำนวนในทีม
3. ผู้แข่งขันที่ไม่เคยแข่งขันในลุยไถมาก่อน เมื่อเข้าร่วมแข่งขันครั้งแรก จะต้องมีฝีมือไม่เกินผู้ที่เคยแข่งขันลุยไถมาแล้วในทีมอื่นและลงแข่งขันในครั้งนี้ด้วย
4. ทำการแข่งขันในวันเสาร์อาทิตย์หลังจากจบจากระบบ SWISS SYSTEM โดยวันเสาร์ 2 รอบและวันอาทิตย์ 2 รอบ โดยจะแข่งขันทั้งหมด 20 รอบ
5. เงินรางวัลของลุยไถ เงินรางวัลรวมทั้งหมด 350,000 บาท
a. เงินรางวัลอันดับหนึ่งได้ 200,000 บาท อันดับสองได้ 100,000 บาท และ อันดับสามได้ 50,000 บาท
b. มีรอบเอาคืนเพียงครั้งเดียว คืออันดับสองและอันดับสาม สามารถเอาคืนจากอันดับหนึ่งได้ 1 กระดานเท่านั้น โดยยอดเงินเอาคืนคือ 20,000 บาทต่อกระดาน
c. รอบเอาคืนจะเกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อรอบที่ 20 ไม่มีการแข่งขัน วิธีการเอาคืน ทีมที่ได้ที่ 1 จะส่งผู้เล่นลงมา 2 คน โดยสามารถเลือกได้เลยว่าในสองคนนี้ หนึ่งจะเล่นกับตัวแทนจากที่ 2 และ อีกหนึ่งจะเล่นกับตัวแทนจากที่ 3 โดยเล่นพร้อมกัน ในช่วงเวลาของรอบที่ 20 นี้

การตัดสินผลคะแนนรวมการแข่งขันทั้ง SWISS SYSTEM และ ลุยไถ
1. การแข่งขันทั้งแบบ SWISS SYSTEM จะมีการเก็บคะแนน และ แบบลุยไถ ก็จะมีการเก็บคะแนน เพื่อบวกกันกลายเป็นคะแนนของการแข่งขันเพื่อตัดสินว่าทีมใดเป็นอันดับหนึ่ง, สอง และ สามในการแข่งขันลุยไถปีนี้
2. คะแนนการแข่งขันแบบลุยไถ
i. ที่หนึ่ง 14,000
ii. ที่สอง 12,000
iii. ที่สาม 10,000
3. คะแนนการแข่งขันแบบ SWISS SYSTEM เป็นคะแนนสุดท้ายหลังจากคูณกับส่วนที่ให้ความสำคัญในแต่ละรุ่นแล้ว
i. รุ่นดั้งและไฮคิว คะแนนรวม 14,000
ii. รุ่นคิว คะแนนรวม 12,000
iii. รุ่นมือใหม่ คะแนนรวม 10,000
4. เอาคะแนนของแต่ละทีมในแต่ละการแข่งขันมารวมกันทั้งหมด เพื่อตัดสินผลทีมว่าทีมใดเป็นอันดับหนึ่งในการแข่งขันลุยไถในปีนี้

ทั้ง SWISS SYSTEM และ ลุยไถ
1. ให้ระยะเวลาการแข่งขัน 1 ชั่วโมง และมีเวลาเพิ่ม 30 วินาทีได้ 3 ครั้ง
2. ต้องเข้าแข่งขันภายในเวลาที่กำหนด กรณีมาสายเกิน 15 นาที ให้ถือว่าแพ้ทันที ทั้งนี้ในระหว่างที่ผู้แข่งขันคนใดไม่มา คู่แข่งจะต้องกดนาฬิกาเพื่อให้เวลาดำเนินไปด้วย และเมื่อคู่แข่งมาแล้วและสามารถแข่งขันได้แล้ว ให้ดำเนินการแข่งขันจากเวลาที่เหลือได้เลย ทั้งนี้ เพื่อให้การแข่งขันทั้งหมดจบลงใกล้เคียงกันในทุกกระดาน กรณีที่ทั้งสองฝ่ายไม่มา ให้กรรมการลดเวลาทั้งสองฝ่ายลง จนเมื่อมีฝ่ายใดมาถึง กรรมการก็จะตั้งเวลาให้ทั้งสองฝ่ายเหลือเท่ากันตามเวลาที่หายไป
3. การแข่งขันที่มีการถ่ายทอดสด อาจจะถูกจับตาเรื่องผิดกติกาจากกรรมการได้ตามกฎกติกาของสมาคมฯ